ประมวลกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม สำนักวิทยบริการ 2569

18da3e8d-b7c7-428f-b0b9-6044c1a967c3-1.png

รายงานผลการทบทวนกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างปีงบประมาณ 2568 และ 2569 พบว่าจำนวนกฎหมายในแต่ละด้านส่วนใหญ่มีจำนวนเท่าเดิม โดยมีรายละเอียดและการเปลี่ยนแปลงดังนี้

เปรียบเทียบจำนวนกฎหมายแต่ละด้าน (ปี 2568 – 2569)
1. ด้านการจัดการน้ำเสีย: จำนวน 3 ฉบับ เท่ากันทั้งสองปี
2. ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย: จำนวน 7 ฉบับ เท่ากันทั้งสองปี
3. ด้านอากาศ: จำนวน 6 ฉบับ เท่ากันทั้งสองปี
4. ด้านพลังงาน: จำนวน 5 ฉบับ เท่ากันทั้งสองปี
5. ด้านมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค (COVID-19): จำนวน 1 ฉบับ เท่ากันทั้งสองปี
6. ด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล: เป็นหมวดเดียวที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยปี 2568 มีรายการกฎหมายหลัก 9 ฉบับ และในปี 2569 ได้รับการสรุปรวมเป็น 10 ฉบับ

รายละเอียดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 2569 รายงานของปี 2569 ระบุว่ามีจำนวนกฎหมายรวมทั้งสิ้น 32 ฉบับ โดยเกิดจากการปรับปรุงในหมวดการจัดการสิ่งปฏิกูลดังนี้:
1. ยกเลิกกฎหมาย 1 ฉบับ: ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง เพิ่มเติมวิธีการตรวจสอบค่าบีโอดี พ.ศ. 2565
2. เพิ่มกฎหมายใหม่ 2 ฉบับ: ได้แก่ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด พ.ศ. 2567 กำหนดวัน เวลา สถานที่ และเส้นทางการเก็บขนขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลรูสะมิแล

จากการเปรียบเทียบความสอดคล้องของการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างปีงบประมาณ 2568 และ 2569 พบว่า ภาพรวมการปฏิบัติตามกฎหมายของหน่วยงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยสามารถปฏิบัติตามกฎหมายส่วนใหญ่ได้อย่างครบถ้วน แต่ยังมี ประเด็นที่ไม่สอดคล้องจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่พบต่อเนื่องทั้งสองปี โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ภาพรวมความสอดคล้อง
– ปีงบประมาณ 2569: จากจำนวนกฎหมายทั้งหมด 32 ฉบับ พบว่าสามารถปฏิบัติได้ สอดคล้อง 30 ฉบับ และมีส่วนที่ ไม่สอดคล้อง 2 ฉบับ
– ปีงบประมาณ 2568: จากหลักฐานการประเมินพบว่า หน่วยงานสามารถปฏิบัติได้สอดคล้องในหมวดส่วนใหญ่ แต่มีข้อบ่งชี้ว่าไม่สอดคล้องใน 2 ประเด็นเดียวกันกับปี 2569
2. กฎหมายที่ไม่สอดคล้อง (ปัญหาที่พบเหมือนกันทั้ง 2 ปี) กฎหมายที่พบความไม่สอดคล้องล้วนอยู่ในหมวด “อาชีวอนามัยและความปลอดภัย” ได้แก่: กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง พ.ศ. 2561
– สาเหตุความไม่สอดคล้อง: จากการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง พบว่าความเข้มแสงในพื้นที่ทำงานบางจุดไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ รายงานสรุปของปี 2569 ได้ระบุสาเหตุเพิ่มเติมว่า “ไม่มีการตรวจวัดแสงในปี พ.ศ. 2568” จึงต้องประสานงานให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบแสงสว่างต่อไป
3. ด้านที่สามารถปฏิบัติได้สอดคล้องครบถ้วน หมวดกฎหมายอื่นๆ นอกเหนือจากประเด็นเรื่องแสงสว่าง หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานทั้งในปี 2568 และ 2569 ตัวอย่างเช่น
– การจัดการน้ำเสีย: มีการติดตั้งถังดักไขมันก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำ และมีการส่งตัวอย่างน้ำทิ้งไปตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน
– การจัดการสิ่งปฏิกูล: มีการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ (รวมถึงขยะติดเชื้อและขยะอิเล็กทรอนิกส์) และดำเนินการร่วมกับเทศบาลตำบลรูสะมิแลในการจัดเก็บขยะทุกวัน
– ด้านอากาศ: มีการติดป้ายและสติ๊กเกอร์กำหนดเขตปลอดบุหรี่อย่างชัดเจน รวมถึงมีการตรวจวัดและแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ให้บุคลากรทราบทุกวัน
– ด้านพลังงาน: ปฏิบัติตามนโยบายประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด เช่น กำหนดเวลาเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ และมีการใช้พลังงานสะอาดจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2559